อาบป่า (Forest Bathing)

สมอง-กลิ่น-ป่า
ความเขียวขจีคือยาดีในการเยียวยาสุขภาพกายและใจ

ธรรมชาติส่งผลต่อความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นเสียงธรรมชาติ กลิ่นดิน กลิ่นต้นไม้ สายลมบริสุทธิ์ หรือแสงแดดอุ่น ทั้งหมดล้วนทำให้รู้สึกสบาย สงบลดความเครียด คลายความกังวล ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และสมองปลอดโปร่งมากขึ้น

ดังนั้นการ "อาบป่า" (Forest Bathing) จึงเป็นวิธีที่จะนำไปหาธรรมชาติ ในญี่ปุ่นเรียกวิธีนี้ว่า ชินรินโยกุ (Shinrin-Yoku) คำว่า ชินริน แปลว่า ป่า ส่วนคำว่า โยกุ แปลว่า อาบ โดยวิธีนี้ไม่ใช่การออกกำลังกาย เดินป่า ปีนเขา แต่เป็นการพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมของธรรมชาติ ซึมซับธรรมชาติผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ผ่านรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ให้การอาบป่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างตัวเรากับธรรมชาติ 

ด้านนักชีววิทยาวิวัฒนาการชาวอเมริกัน เอ็ดเวิร์ด โอ วิลสัน (Edward O Wilson) ได้อ้างอิงตามทฤษฏีไบโอฟิลเลีย (Biophilia) หรือความใฝ่หาชีวภาพ ว่า มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติ และธรรมชาติสามารถหล่อเลี้ยงชีวิต จึงไม่แปลกที่มนุษย์จะรู้สึกเบิกบานยามเห็นดอกไม้ ต้นไม้ใหญ่ ใบไม้ผลิใบ หรือสายน้ำไหลเอื่อย ตอบสนองเป็นบวก จากการเก็บสถิติของหลายสถาบัน พบว่าผู้ป่วยฟื้นตัวดีกว่าในห้องที่มีหน้าต่างวิวต้นไม้เขียวๆ คนไข้โรคจิตก็บำบัดรักษาตัวได้ดีกว่าเมื่อได้อยู่ในสวนกับต้นไม้ใหญ่

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีการระบุปริมาณธรรมชาติที่ใช้ในการรักษาโรคอย่างชัดเจน เนื่องจากการดำรงอยู่ของมนุษย์ขึ้นอยู่กับนิสัย และความชอบส่วนตัว แต่ไบโอฟิลเลียอาจช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมต้นไม้สามารถเยียวยาและบำบัดความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์

ทั้งหมดเหล่านี้ ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย ชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ว่าสามารถลดความเครียด ความกังวล และ ความดันเลือด อย่างได้ผลในเวลาสั้นๆ เพียง 15 นาที
โดยเฉพาะการสูตรกลิ่นธรรมชาติที่ได้จากต้นไม้ คือ “Phytoncide” หรือ กลิ่นธรรมชาติบำบัด ที่ช่วยคลายความเหนื่อยล้า และ เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายต่อสู้โรคต่างๆได้ดีขึ้นอีกด้วย เพราะในญี่ปุ่น มีป่ากลางเมืองหลายแห่ง ที่สามารถให้คนเมืองเข้าไปบำบัดได้ง่ายๆ
 

ซึ่งวิธีนี้ได้มีการเริ่มใช้ในสหรัฐอเมริการ ตามสวนสาธารณะที่มีต้นไม้ใหญ่เขียวทึบ หลายแห่ง โดยเรียกกิจกรรมนี้ว่ากิจกรรม Forest-Bathing เพียงเดินเข้าไปในสวน เงียบๆ ไม่พูดคุย ฟังเสียงธรรมชาติ และ สูดลมหายใน ผ่อนคลาย และ เดินออกมาอย่างปลอดโปร่ง

นักวิทยศาสตร์ชาวญี่ปุ่นพบว่าสาร น้ำมันหอมระเหยจากพืชเป็นสาเหตุสำคัญตัวหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเมื่อเดินในป่า หรือแม้แต่ดงไม้ในเมือง เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่หมอญี่ปุ่นแนะนำให้คนออกไปบำบัด อาบป่าเพื่อสุขภาพ เมื่อโมเลกุลน้ำมันระเหยพืชลอยเข้าสู่ร่างกายเราผ่านจมูก สิ่งแรกที่เรารับรู้คือสัมผัสที่ต่อมรับกลิ่น ซึ่งส่งปฏิกิริยาต่อสมองส่วนต่างๆ แทบจะในทันที สมองส่วนสำคัญส่วนหนึ่งคือระบบสมองที่เรียกว่าลิมบิค (limbic system) เป็นสมองที่อยู่ส่วนลึก มีความเก่าแก่ทางวิวัฒนาการ ทำหน้าที่ด้านอารมณ์และความจำ เชื่อมโยงโดยตรงกับอัตราการเต้นของหัวใจ ความดัน การหายใจ ความเครียด และความสมดุลของโฮโมน บางครั้งจึงเรียกง่ายๆ ว่า “emotional brain” — สมองอารมณ์ กลิ่นมีพลังกระตุ้นความรู้สึกเราในระดับที่ลึกมาก มันสามารถแตะไปถึงความทรงจำเก่าแก่ในจิตไร้สำนึก

 

นอกจากกลิ่นต้นไม้จะส่งผลกระทบอย่างลึกล้ำต่อสภาพจิตใจและภาวะทางกายผ่านระบบสมอง โมเลกุลจากสารระเหยน้ำมันพืชยังเคลื่อนเข้าสู่ปอด ทำปฏิกิริยากับระบบหายใจได้อีกหลายทาง งานวิจัยจำนวนมากพบว่าน้ำมันหอมระเหยพืชส่วนใหญ่มีคุณสมบัติโดดเด่นเป็นแอนตี้แบคทีเรียบ้าง แอนตี้ไวรัสบ้าง แอนตี้เชื้อราบ้าง พวกมันจึงเกื้อหนุนระบบภูมิต้านทานและช่วยบำบัดรักษาร่างกาย

 ทีมนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นจากมหาวิทยาลัยชิบาที่ศึกษาประโยชน์จากสังคมจุลินทรีย์ที่เป็นมิตรต่อมนุษย์ที่ออกไปเดิน อาบป่าพบว่าน้ำมันหอมระเหยในป่าสนที่เขาศึกษาช่วยส่งเสริมเกื้อกูลจุลินทรีย์ดีๆ เหล่านั้น คือสร้างภาวะที่เป็นมิตรแก่การดำรงอยู่ของพวกมัน

ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ประธานกรรมการมูลนิธิโลกสีเขียว ให้คำตอบว่า ร่างกายของคนเราเป็นระบบนิเวศประเภทหนึ่ง ซึ่งในตัวเรานั้นมี จุลชีพที่มีจำนวนมากกว่าเซลล์ของเราถึง 1.5 เท่า โดยจุลชีพนี้จะทำหน้าที่ดูแลระบบต่างๆ ในร่างกาย และเป็นตัวสำคัญในการพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย แม้แต่อารมณ์ก็แปรเปลี่ยนได้ตามจุลชีพในตัวเช่นกัน ฉะนั้นเราจึงต้องการปฏิสัมพันธ์กับสังคมจุลชีพดีๆ ที่อาศัยอยู่ในโลกนี้ สถานที่ที่มีจุลชีพดีๆ ก็คือในพื้นที่ธรรมชาติ เช่น ในดงไม้ ในป่า มีงานวิจัยมากมายระบุว่า ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและระบบเลือดจะดีขึ้นเมื่อเรามีเวลาไปเดินป่าเพียงไม่กี่ชั่วโมง และมันจะดีต่อเนื่องไปทั้งอาทิตย์


นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชิบะแห่งญี่ปุ่นพบว่า สาเหตุสำคัญมาจาก 3 ปัจจัย เอาแค่อากาศที่เราหายใจในป่า เราได้รับจุลชีพดีๆ ได้สูดน้ำมันหอมระเหยจากต้นไม้ ได้รับประจุกระแสไฟฟ้าลบ ทั้งหมดปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเราดีขึ้น ปรับปรุงคลื่นสมองเรา อารมณ์ดีขึ้น และถ้าได้สัมผัสดินด้วยเราก็ได้รับจุลชีพดีๆ มากขึ้นไปอีกญี่ปุ่นจึงมีวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมา เพื่อดูแลสุขภาพยุคโมเดิร์น คือกิจกรรม ชิรินโยกุหรือการ อาบป่า” (Forest Bathing) เพื่อสุขภาพกายและจิต
 

ประจุไฟฟ้าขั้วลบเกี่ยวข้องกับร่างกายอย่างไร และทำไมมีอยู่มากในป่า ต้องบอกว่า การสังเคราะห์แสงของพืชนั้นจะทำให้เกิดโมเลกุลออกซิเจนที่มีประจุไฟฟ้าลบอ่อนๆ เมื่อเราสูดดมเข้าไปก็จะไปประกบกับประจุไฟฟ้าขั้วบวกของอนุมูลอิสระในร่างกายจนเปลี่ยนเป็นกลาง แล้วร่างกายก็จะหลั่งสาร เซโรโตนิน” (Serotonin) หรือฮอร์โมนแห่งความสงบสุขออกมา ทำให้ร่างกายและจิตใจมีความกระปรี้กระเปร่า ลดอาการซึมเศร้าและคลายความเครียดลง ที่สำคัญระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ในร่างกายก็จะดีขึ้นด้วย